ลดพุงเพื่อชาติ แนวทางการลดน้ำหนักที่ญี่ปุ่นประกาศใช้

ลดพุงเพื่อชาติ แนวทางการลดน้ำหนักที่ญี่ปุ่นประกาศใช้

นั่นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการที่ประเทศญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการลดน้ำหนักในประเทศโดยประกาศเป็นแผนงานที่คนทำงานชายต้องมีรอบเอวไม่เกินกำหนดรวมทั้งฝ่ายหญิงด้วย  แสดงให้เห็นว่าการเอาจริงเอาจังเรื่องการดูแลสุขภาพเกิดขึ้นทั่วโลก และในประเทศไทยคนก็กำลังให้ความสำคัญในทุกๆกลุ่มคนไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนตัวเล็กๆปัจจุบันก็กำลังเจอปัญหาโรคอ้วนนั้นคือการกินอาหารไม่ถูกส่วน มีการกินน้ำตาลและแป้งมากเกินไป ในเด็กมีการดื่มน้ำอัดลมมากเกินและยังมีขนมหวาน น้ำตาล อาหารจั้งฟู๊ดที่ทำให้เด็กอ้วนและเป็นโรคอ้วนแบบไม่รู้ตัว ส่วนพ่อแม่ก็ยังเข้าใจว่าเด็กอ้วนน่ารักและให้เด็กกินอาหารตามใจชอบวันนี้ทั้งโลกก็ว่าได้ให้ความสำคัญกับการลดน้ำหนักเพื่อรักษาสุขภาพที่ดีลดความเจ็บไข้ได้ป่วยในวันข้างหน้า ถ้าเป็นผู้ชายก็ต้องมีโครงการลดพุงเพื่อชาติ คือเห็นความสำคัญทุกคน ไม่ใช่เฉพาะกลุ่ม แต่ทุกคนครับ

การลดพุง ลดน้ำหนักจึงกลายเป็นปัญหาระดับประเทศแล้วครับวันนี้เราจะลดพุงได้อย่างไร หลักการเรามีอยู่แล้วครับลองอ่านบทความนี้ดูนะครับ

เผยโรคระบาดใหม่ของคนไทย ลงพุง พบล่าสุด12ล้านคนแล้ว

วันนี้ (3 ก.ย.) นายสง่า ดามาพงษ์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เวลานี้นอกจากคนไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญกับการระบาดโรคไข้หวัดนกแล้ว ยังต้องเผชิญกับโรคภัยที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิต เมื่อเป็นแล้วจะรักษายาก และมักรักษาไม่หายขาด ได้แก่ โรคเมตะบอลิค ซินโดรม (Metabolic syndrome) เป็น โรคใหม่ที่กำลังมาแรงในศตวรรษที่ 21 นี้ ลักษณะเด่น คือ อ้วนลงพุง พุงพลุ้ย หรือหุ่นอาเสี่ย ที่คนสมัยก่อนชอบพูดกัน แต่สมัยนี้ความอ้วนไม่ใช่สิ่งบ่งบอกถึงฐานะอีกต่อไปแล้ว แต่ความอ้วนจะเป็นตัวทำนายอายุและสุขภาพในอนาคตได้ด้วย

นาย สง่า กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าคนไทยอายุ 35 ปีขึ้นไป ในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมา อ้วนลงพุงเกือบร้อยละ 30 หรือประมาณ 12 ล้านคน เป็นผู้หญิงถึงร้อยละ 50 ส่วนชายพบร้อยละ 21 กล่าวได้ว่าในกลุ่มคนไทยวัยนี้ ทุก 3 คน จะมีคนอ้วนลงพุง 1 คน พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นวัยที่ลูกหลานมักให้พักผ่อนอยู่บ้าน ไม่ให้ทำงาน การอ้วนลงพุงเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดตีบตัน สาเหตุสำคัญที่สุดเกิดจากพฤติกรรมการกินการอยู่ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่มีเนื้อล้วนๆ อาหารรสจัด เช่น มันจัด หวานจัด เค็มจัด กินผักผลไม้น้อย เดินน้อยลง และขาดการออกกำลังกาย ดังนั้นวิธีป้องกันจึงต้องหันกลับมาใช้ชีวิตที่ตรงกันข้าม คือ กินอาหารประเภทผักผลไม้ให้มากขึ้น ลดอาหารรสจัด ออกกำลังกายทุกวัน วันละอย่างน้อย 30 นาที

 

โฆษกกระทรวง สาธารณสุข กล่าวต่ออีกว่า ทางกระทรวงฯจะร่วมกับหลายหน่วยงานรณรงค์ให้คนไทย ทั้งคนที่ยังไม่เป็น และคนที่เป็นโรคแล้ว ตระหนักถึงภัยร้ายของกลุ่มโรคดังกล่าว โดยกำหนดแนวทางการรณรงค์ในคน 4 กลุ่ม ได้แก่

1. กลุ่มคนที่ยังไม่อ้วน คือมีรอบเอวไม่เกิน 8090 เซนติเมตร

2. กลุ่มคนที่มีรอบเอวเกิน 8090 เซนติเมตร หรือกลุ่มที่อ้วนลงพุง แต่ยังไม่เกิดโรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ซึ่งคนในกลุ่มนี้จัดว่าเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ง่าย

3. กลุ่มคนที่มีรอบเอวเกิน 8090 เซนติเมตร และเป็นโรคเรื้อรังดังกล่าว และ

4. กลุ่มคนที่อ้วนลงพุงมานาน และมีโรคแทรกซ้อน ซึ่งการรณรงค์จะเริ่มในเดือน ธ.ค.นี้ มุ่งเน้นที่การปรับพฤติกรรมการกินอาหารให้สมดุลกันทั้งอาหารประเภทเนื้อ ผักผลไม้ แป้ง ไขมัน เกลือแร่ และการกระตุ้นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

 

ทั้ง นี้ โรคอ้วนลงพุงเป็นภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมในบริเวณช่องท้องมากกว่าปกติ สามารถทราบได้โดยใช้เส้นรอบเอวเป็นตัวชี้วัด ในผู้ชายเอเชียรวมทั้งคนไทยมาตรฐานไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร หรือ 36 นิ้ว และในผู้หญิงไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร หรือ 32 นิ้ว

ข่าวจาก  http://www.thairath.co.th/

 

Popularity: 4% [?]

Tags: , , , , , ,

เรื่องที่น่าสนใจ

คุณสามารถ, แสดงความคิดเห็น or รับ feed และอ่านใน feed reader.

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความเห็น

แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่ครับ

(ต้องการ)

(ต้องการ)


Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.







Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes