อย

อย.เตือนสาวอยากผอม เสี่ยงอันตรายถึงตาย! ห้ามซื้อยาลดน้ำหนักทานเอง

กรณีสาวโรงงานเสียชีวิต ซึ่งคาดว่าอาจมาจากการกินยาลดความอ้วนนั้น อย.เปิดเผยว่า ต้องรอตรวจพิสูจน์ว่า สาเหตุมาจากการใช้ยาลดความอ้วนจริงหรือไม่ ทั้งนี้เตือนประชาชน ถึงการ ลดน้ำหนัก

วิธีที่ดีที่สุดคือการออก กำลังกาย ควบคุมอาหาร และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการ รับประทานอาหารที่ถูกต้องตาม หลักโภชนาการ หากจำเป็นต้องใช้ยาลดความอ้วนควรใช้ภายใต้การควบคุมคุมของแพทย์เท่านั้น อย่าหาซื้อมาใช้เอง เพราะยาลดความอ้วนมักเป็นวัตถุออกฤทธิ์มีผลข้างเคียงสูง ทั้งต่อหัวใจและหลอดเลือด อาจถึงแก่ชีวิตได้ อีกทั้งเตือนร้านขายยาอย่าทำผิดกฎหมาย

น.พ. พงศ์พันธ์ วงศ์มณี รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า กรณีมีข่าวทาง หนังสือพิมพ์ ว่าพบสาวโรงงานเสียชีวิต ซึ่งคาดว่าอาจเกิดจากการ รับประทานยาลดความอ้วนนั้น อย.รู้สึกห่วงใยอย่างยิ่ง โดยกำกับ ยาประเภทนี้มาโดยตลอด ซึ่งขณะนี้ยังต้องรอผลพิสูจน์ถึงสาเหตุ ของการเสียชีวิตก่อน อย่างไรก็ตาม ยาลดความอ้วนปัจจุบัน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

คือยาที่ออกฤทธิ์ที่ทางเดินอาหาร และยาที่ออกฤทธิ์ที่สมองส่วงกลาง ซึ่งยาทั้งสองชนิดช่วยให้น้ำหนักลด โดยยาที่ออกฤทธิ์ที่สมองส่วนกลาง จะมีผลข้างเคียงที่มีผลอันตรายถึงชีวิต จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ซึ่งยาที่นิยม ใช้กันคือ ยาเฟนเตอมีนเพราะมีผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจ และหลอดเลือด

นอกจากนี้ ยาดังกล่าวยังมีผลข้าง เคียงอื่นๆ อีก ได้แก่ นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง กระวนกระวาย หัวใจเต้นเร็ว ใช้ไปนานๆ อาจถึงขั้นติดยาได้

หรือทำให้น้ำหนักที่ลดลงคืนกลับมาอีก รวมทั้งอาจพบอาการอื่นๆ อีก คือ ปากแห้ง อาเจียน ท้องผูก เหงื่อออก ตื่นเต้น ม่านตาขยาย ประสาทหลอน อาจทำให้เกิดโรคจิตได้ ในรายที่มีอาการ รุนแรงจะพบว่ามีไข้สูง เจ็บหน้าอก การ ไหลเวียนของเลือดล้มเหลว ชัก โคม่า และตายได้

รองเลขาธิการกล่าวต่อว่า นอก จากนี้ยังพบว่า มีการจำหน่ายยาชุด ที่มีการนำไปใช้ลดน้ำหนัก โดยทำไว้เป็นชุด ให้รับประทานเหมือนกันในแต่ละวัน ประกอบด้วยยาประมาณ 1-5 รายการ อาทิ ยาลดการอยากอาหาร เช่น เฟนเตอมีน และแอมฟิพราโมน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท, ยาระบาย ยาขับปัสสาวะ, ยาลดการหลั่งของ กรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งยานี้ไม่มีผลต่อการลดน้ำหนัก แต่ใช่เพื่อลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากยาลดความอยากอาหารทำให้ไม่หิว การที่ร่างกายไม่ได้รับอาหารแต่ยังมีกรดหลั่งเพื่อย่อยอาหาร อาจเป็นเหตุให้เป็นโรคกระเพาะ จึงให้ยานี้เพื่อลดการหลั่งของกรดในกระเพาะอาหาร, ยาไทรอยด์ฮอร์โมน เป็นยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีภาวะฮอร์โมน ไทรอยด์ต่ำกว่าปกติ เป็นยาที่เพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย น้ำหนักจึง ลดลงอย่างรวดเร็ว แต่น้ำหนักที่ลดลงเป็นน้ำหนักที่เกิดจากมวลรวมของร่างกายแทนที่จะเป็นไขมัน

ดังนั้น ยานี้จึงส่งผลข้างเคียงสูงมากและยังเป็นอันตรายต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดอีก ด้วย, ยาลดอัตราการ เต้นของหัวใจเช่น โพรพราโนลอล ยา กลุ่มนี้ปกติใช้ในการรักษาความดันโลหิต สูง และการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ การ ให้กับยาชุด เนื่องจากอาจจะลดอาการ ใจสั่นที่เกิดจากยาลดความอยากอาหาร, ยานอนหลับ หรือยาที่มีฤทธิ์ข้างเคียง ให้ง่วงนอน เนื่องจากยาลดความอยากอาหารอาจทำให้นอนไม่หลับ จึงทำให้มีการจ่ายยานี้ร่วมด้วยยานอนหลับ ที่จัดเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เช่น ไดอาซีแพม มีผลข้างเคียง เช่น ง่วงซึม กดอาการหายใจ ความดันต่ำ

รองเลขาธิการกล่าวอีกว่า จะเห็น ได้ว่ายาชุดดังกล่าว ประกอบด้วยยาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ยาลดนำหนักโดยตรง แต่เป็น ยาที่รักษาโรคอื่นที่นำมาใช้เพื่อลดผลข้างเคียงจากการใช้ยา สุดท้ายกลับทำ ให้ได้รับอันตรายจากผลข้างเคียงมากมาย

ที่จริงการลดนำหนักที่ถูกต้องคือ การควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย พักผ่อนในสัดส่วนที่เหมาะสม และต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วย การใช้ยา ลดความอ้วนไม่สามารถทำให้หายจากโรคอ้วน เมื่อหยุดยาน้ำหนักจะกลับขึ้น ได้อีก (yo-yoeffect) ควรพิจรณาว่า ยา ดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษาในระยะยาวของโรคอ้วน ควรชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงที่อาจเกิดจาก ผลข้างเคียงของยาและผลเสียจากโรคอ้วน ก่อนที่จะใช้ยาเพื่อลดความอ้วน รวมทั้งต้องคำนึงถึงการรักษาและปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดร่วมไป ด้วย

รองเลขาธิการกล่าวในตอนท้ายว่าขณะนี้ สสจ. พระนครศรีอยุทธยากำลังเร่งตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตได้รับยาดังกล่าวจากที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นร้านขายยาหรือคลินิก อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาทาง สสจ. ได้ตรวจพบร้านขายยาอยู่ เสมอ และไม่เคยพบร้านขายยากระทำผิดกรณีดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม อย. ขอเตือนร้านขายยามิให้กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการขายวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เช่น ยาเฟนเดอมีน เพราะ อาจเกิดผลร้ายต่อผู้บริโภค หากอย. ตรวจพบจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดยมีโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออก ฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ผู้ใดฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,00-400,000 บาท และขอเตือนผู้บริโภคอย่า ซื้อยาเพื่อลดความอ้วนมากินเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะยาชุดลด น้ำหนักห้ามซื้อใช้โดยเด็ดขาด

ที่มา อย.

อย. เตือนกินยาลูกกลอนไม่ลดอ้วน ทำให้ฉุแถมไตพัง ชี้กินนานเกิดอาการทางจิต-ประสาทเหมือนติดยาบ้า เตรียมประชาพิจารณ์อีกรอบ

หลังมีหญิงสาวเครียดจากภาวะความอ้วนตัดสินใจดิ่งทางด่วนเสียชีวิต ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เมษายน นพ.ชาตรี บานชื่น เลขาธิการ อย. ชี้ ยาลดความอ้วนมีผลข้างเคียงอื่นๆ อีก ได้แก่ นอน ไม่หลับ ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง กระวนกระวาย หัวใจเต้นเร็ว หากใช้นานๆ อาจถึงขั้นติดยาได้ หรือทำให้น้ำหนักที่ลดลงคืนกลับมาอีก รวมทั้งอาจพบอาการอื่นๆ อีก คือ ปากแห้ง อาเจียน ท้องผูก เหงื่อออก ตื่นเต้น ม่านตาขยาย ประสาทหลอน อาจทำให้เกิดโรคจิตได้ ในรายที่มีอาการรุนแรงจะพบว่ามีไข้สูง เจ็บหน้าอก การไหลเวียนของเลือดล้มเหลว ชัก โคม่า และตายได้ การรับประทานติดต่อกันเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการทางจิตและประสาทได้ เหมือนกับคนกินยาบ้า ดังนั้นจะต้องใช้ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์เท่านั้น

เลขาธิการ อย.กล่าวด้วยว่า อย.ได้มีมาตรการแก้ปัญหายาลดความอ้วน ยาเฟนเตอมีน โดยกำหนดการอนุมัติการขายให้แก่แพทย์ที่ประสงค์จะขอซื้อเพื่อจ่ายให้แก่ผู้ ป่วยของตนไม่เกิน 5,000 เม็ด หรือแคปซูลต่อเดือน ทั้งยังมีหนังสือขอความร่วมมือผู้ประกอบวิชาชีพให้พิจารณาไม่จ่ายยาลดความ อ้วนให้แก่เยาวชนด้วย สำหรับผู้ผลิต ขาย นำเข้า หรือส่งออก โดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 1-4 แสนบาท

ส่วนกรณีที่สงสัยว่า ผู้ตายได้รับประทานยาลูกกลอนนั้น เลขาฯ อย.ระบุว่า อยากฝากเตือนว่าไม่ควรกินยาลูกกลอน โดยเฉพาะยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา และมีการอวดอ้างสรรพคุณครอบจักรวาล รวมถึงลดความอ้วนไม่ได้

นพ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า จะมีการทำประชาพิจารณ์แพทย์เจ้าของคลินิกในกรุงเทพฯ ก่อนที่จะออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการครอบครองและจำหน่ายยาลดความอ้วนให้รัดกุม

นพ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการ อย. กล่าวต่อว่า ใน ปี 2546 อย.นำเข้ายาลดความอ้วน 24 ล้านเม็ด ล่าสุดในปี 2550 นำเข้ายาลดความอ้วนประมาณ 12 ล้านเม็ด เพื่อจำหน่ายให้สถานพยาบาลหรือคลินิก ส่วนใหญ่เป็นยาเฟนเตอมีน ทั้งยังมียาไดเอทิลโปปิออน แต่ยาตัวหลังปริมาณการใช้ยังน้อยเนื่องจากมีผลข้างเคียงมาก

รองเลขาธิการ อย. กล่าวต่อว่า ในเร็วๆ นี้ จะมีการทำประชาพิจารณ์แพทย์เจ้าของคลินิกในกรุงเทพฯ ก่อนที่จะออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การครอบครองและจำหน่ายยาลดความอ้วนให้รัดกุมยิ่งขึ้น ซึ่ง แพทย์ที่ซื้อยาจาก อย.จะต้องทำรายงานให้ อย.ทราบอย่างละเอียด แม้ปริมาณยาที่จ่ายให้แก่คนไข้จะเป็นแค่หลักร้อยเม็ดก็ตาม เพื่อทำให้ทราบว่า คลินิกแห่งใดจำหน่ายยาลดความอ้วนบ้าง หากคลินิกแห่งใดจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตถ้าตรวจพบจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ด ขาด

ข้อมูลจาก

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต

………………………………………….

สธ.สั่ง อย.คุมเข้มคลินิกจ่ายยาลดความอ้วน >>> เดลินิวส์

วันนี้ (11 มี. ค.) ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมช.สาธารณสุข แถลงว่า ตามที่มีข่าวว่ามีสาวประเภทสองเสียชีวิตและมีการสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจาก การรับประทานยาลดความอ้วน และฮอร์โมนเพศนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่า การเสียชีวิตดังกล่าวเกิดจากสาเหตุใด คงต้องรอผลการตรวจวิเคราห์หาสารต่างๆในร่างกายของผู้เสียชีวิต จากสถาบันนิติเวชรพ.รามาธิบดี โดยจะทราบผลภายใน 4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาคุมเข้มเรื่องการใช้ยาลดความอ้วนของคลินิกต่างๆอย่างเคร่งครัด
นพ.นรังสันต์ พีรกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)  กล่าว ว่าจากติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและเห็นยาที่อยู่ข้างผู้ตาย คาดว่าน่าจะเป็นยาลดความอ้วนยี่ห้อหนึ่งขนาด 30 มิลลิกรัม ซึ่งยานี้เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดอาการใจสั่นหวิว เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ หากคนที่รับประทานเข้าไปเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง อาจทำให้เกิดอันตรายได้ ที่ผ่านมายังไม่มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากการรับประทานยาดังกล่าว ทั้งนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่อย.ไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับการจ่ายยาของคลินิกที่ ผู้ตายไปรักษา เพื่อดูรายงานว่ามีรายละเอียดเกี่ยวกับการจ่ายยาหรือไม่ เพราะที่ผ่านมามีคลินิกหลายแห่งที่ทำรายงานปลอม โดยไม่แจ้งต่อ  อย.ตามที่มีการจ่ายยาให้คนไข้จริง ซึ่งได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว นอกจากนี้ให้มีการนำยาจากคลินิกดังกล่าวมาตรวจสอบเพื่อดูว่าเป็นยาปลอมหรือ ไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่การรับประทานยาลดความอ้วนและฮอร์โมนเพศจะออกฤทธิ์เสริมกันจนทำให้เสียชีวิต  รอง เลขาธิการอย.กล่าวว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะปกติฮอร์โมนเพศมีปริมาณต่ำ อีกทั้งจะมีผลต่อร่างกายเมื่อรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน ตอนนี้ยังสันนิษฐานไม่ได้ ว่าเสียชีวิตเพราะอะไร เนื่องจากเรายังไม่รู้ว่าคนไข้มีโรคประจำตัวอะไรหรือไม่ ตนเห็นว่าควรจะขอความร่วมมือไปยังคลินิกต่างๆเพื่อให้เข้มงวดในการตรวจร่าง กายคนไข้ก่อนการรักษาหรือให้ยาลดความอ้วนไปรับประทาน
นพ.นรังสันต์ กล่าวต่อว่าสำหรับการใช้ยาลดความอ้วนในขณะนี้ถือว่าลดลงจากอดีตมาก เนื่องจากได้มีการจำกัดให้คลินิกแต่ละแห่งใช้ไม่เกิน 5,000 เม็ดต่อ เดือน และให้เสนอรายละเอียดเกี่ยวกับการจ่ายยาให้กับคนไข้ โดยปีที่ผ่านมาได้มีการนำเข้ายาลดความอ้วนประมาณ 11 ล้านเม็ด ลดลง จาก 6 ปีที่ผ่านมาที่มีการนำเข้าถึง 18 ล้านเม็ด และยังไม่มีรายงานการเสียชีวิตจากการใช้ยาลดความอ้วนแต่อย่างใด
วันที่ 11 มีนาคม 2551 เวลา 16:24 น. |
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=157305&NewsType=1&Template=1
……………………………………..
แพทย์แนะสังเกตลูกกินยาลดอ้วน
แพทย์แนะสังเกตลูกกินยาลดอ้วน อารมณ์เปลี่ยน-ฉุนเฉียวง่าย

แพทย์เตือนอย่าซื้อยาลดอ้วนกินเอง ต้องใช้ตามแพทย์สั่ง กรณีคุมอาหาร-ออกกำลังกายไม่ได้ผล แนะพ่อแม่สังเกตลูก กินยามีผลข้างเคียง สภาพอารมณ์เปลี่ยน ฉุนเฉียวโมโหง่าย

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ศ.นพ.สุรัตน์ โคมินทร์ หัวหน้าโภชนวิทยาและชีวเคมีทางการแพทย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวถึงกรณีมีนักเรียนหญิงชั้น ม.4 จ.นครราชสีมา เสียชีวิตเนื่องจากกินยาลดความอ้วนติดต่อกันเป็นเวลานาน ว่า ยาลดความอ้วนในท้องตลาด มีทั้งยาจริงและยาปลอม

ซึ่งยาจริงจะต้องเป็นไปตามที่แพทย์สั่ง ส่วนยาปลอมสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาที่ลักลอบขายโดยผิดกฎหมาย ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพและเป็นอันตราย

ทั้งนี้ ยาลดความอ้วนจะมีหน้าที่หลัก คือ การลดความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว และบางชนิดช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกาย แต่จะต้องใช้ตามคำสั่งแพทย์เท่านั้น ในกรณีที่แพทย์เห็นว่า การควบคุมอาหารไขมันและแป้ง ร่วมกับการออกกำลังกายแล้วยังไม่ได้ผล

เนื่องจากเป็นยาที่มีผลข้างเคียง ทำให้ประสาทตื่นตัว อาจมีอาการประสาทหลอน ซึ่งถ้าผู้ที่ยังควบคุมอาหารไม่ได้อยู่แล้ว แต่อยากใช้ทางลัดมากินยา ก็จะมีอาการดื้อยา และผู้ใช้ยาก็จะเพิ่มปริมาณยา ทำให้ผลข้างเคียงยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก

“สำหรับนักเรียนคนนี้อาจกินยาแล้วทำให้ไม่หิว ไม่กินอาหารตามปกติ เข้าใจว่าน้ำก็คงไม่ค่อยได้ดื่มด้วย ทำให้เป็นแผลในกระเพาะ จนกระทั่งกระเพาะทะลุ นำมาซึ่งอาการไตวาย ถึงแก่ชีวิต”

ทั้งนี้ ตามกฎหมายมีการควบคุมการนำเข้ายาลดความอ้วน และห้ามจำหน่ายทั่วไป แต่ก็มียาปลอมลักลอบเข้ามาอยู่จำนวนมาก จำหน่ายในราคาถูก ซึ่งอาจมีตัวยาไม่มาก แต่มีผลกระทบอันตราย ความสะอาดบริสุทธิ์น้อย

ศ.นพ.สุรัตน์ แนะนำพ่อแม่ว่า สามารถสังเกตลูกที่กินยาลดความอ้วนได้ จากอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ฉุนเฉียว ขี้โมโห ตวาด ช่วงกลางคืนจะนอนไม่หลับ เพราะยากระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลา ซึ่งลักษณะเหล่านี้จะทำให้เกิดสภาพทางร่างกายตามมา เช่น หน้านิ่วคิ้วขมวด

ศ.นพ.สุรัตน์ กล่าว และย้ำว่า การควบคุมอาหาร คือ ลดพวกไขมัน แป้ง น้ำตาล แต่เนื้อสัตว์ยังคงต้องรับประทานตามปกติ เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีน
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

Popularity: 4% [?]

Tags: , , , , ,

เรื่องที่น่าสนใจ





Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes